เลือกฉนวนกันความร้อนอย่างไรให้คุ้มค่า

เลือกฉนวนกันความร้อนอย่างไรให้คุ้มค่า

เลือกฉนวนกันความร้อนอย่างไรให้คุ้มค่า

ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อฉนวนกันความร้อนให้ได้ประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับราคา ซึ่งควรพิจารณาจากทั้ง ค่า R ความหนา และราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร  

     หนึ่งในวิธีลดความร้อนให้กับบ้านที่ได้ผลดี คือการติดฉนวนกันความร้อน แต่ฉนวนกันความร้อนในท้องตลาดนั้นก็มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อและหลากหลายความหนา จึงมักมีคำถามยอดฮิตตามมาว่า เราควรพิจารณาจากอะไร ในการเลือกซื้อฉนวนให้สามารถลดความร้อนได้ดีและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุด ?  
     
     ฉนวนจะกันความร้อนได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญคือ ค่าความต้านทานความร้อน (Resistivity, R-Value) ที่เรียกกันว่า ค่า R โดยค่า R ยิ่งมากก็จะยิ่งต้านทานความร้อนได้ดี

ภาพ: สูตรการคำนวณหาค่า R ซึ่งเกิดจากความหนาฉนวนหารด้วยค่าการนำความร้อน (Conductivity, k-Value)

     จากสูตรการคำนวณจะเห็นว่า ความหนาฉนวนยิ่งมาก ค่า R ก็จะยิ่งสูง จึงยิ่งกันความร้อนได้ดี แต่ก็ไม่ควรเลือกฉนวนหนาจนเกินไป เนื่องจากอัตราส่วนความหนาที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการกันความร้อนแล้ว อาจจะไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร ดังภาพตัวอย่างด้านล่างนี้  

ภาพ: เปรียบเทียบประสิทธิภาพการกันความร้อนของโพลีสไตรีนโฟม กับความหนาที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 นิ้วบนผนังก่ออิฐ (เป็นค่าที่ได้จากการคำนวณ)
หมายเหตุ: ผนังก่ออิฐมอญครึ่งแผ่น ฉาบปูนสองด้าน 

     ดังนั้น หากต้องการเลือกซื้อฉนวนให้คุ้มค่า อาจพิจารณาจาก ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร หารด้วยค่า R หากได้ค่ายิ่งน้อย เราก็จะยิ่งได้ฉนวนในราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพในการกันความร้อน ยกตัวอย่างเช่น 

     ฉนวนกันความร้อน Stay Cool หนา 75 มม. ราคา 350 บาท/ม้วน (ใช้ได้ 2.4 ตร.ม./ม้วน) ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 145.83 บาท ค่า R (hr.ft2.°F/Btu) = 10 จะได้ 145.83 ÷ 10 = 14.58 

     ฉนวนกันความร้อน Stay Cool หนา 150 มม. ราคา 450 บาท/ม้วน (ใช้ได้ 2.4 ตร.ม./ม้วน) ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 187.50 บาท ค่า R (hr.ft2.°F/Btu) = 20 จะได้ 187.50 ÷ 20 = 9.37

จะเห็นได้ว่า การซื้อฉนวนกันความร้อน Stay Cool แบบหนา 150 มม. นั้นจะได้ค่า R ต่อ 1 หน่วย ที่ราคาถูกกว่าฉนวนกันความร้อน Stay Cool แบบหนา 75 มม. จึงคุ้มค่ากว่านั่นเอง
 

     นอกจากนี้อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่สัมพันธ์กับการติดตั้งฉนวนเพื่อลดความร้อนให้กับบ้าน นั่นก็คือ ภายในบ้านจะต้องมีการระบายอากาศที่ดีด้วย มิเช่นนั้นความร้อนที่เกิดขึ้นในบ้าน ก็อาจโดนฉนวนกักเก็บไว้ ต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถระบายออกไปได้ เปรียบเสมือนกระติกน้ำร้อนนั่นเอง 

หมายเหตุ: ค่า R มีหน่วยเป็น m2K/W หรือ hr.ft2.°F/Btu ในการเปรียบเทียบค่า R ของวัสดุ จึงควรเปรียบเทียบที่หน่วยเดียวกัน

Leave a Comment

Your email address will not be published.